17.2.51

หญ้าเทียม

Rubber Granules
ยาง เป็น ส่วนประกอบสำคัญ ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ในอุตสาหกรรม หญ้าเทียม มีการทดสอบ ยางประเภทต่างๆ ออกมา มากมาย เพื่อหา ยางที่ให้ประสิทธิภาพมากที่สุด ยางใน ปัจจุบันมี 3 ประเภท ที่ใช้ในวงการ หญ้าเทียม ดังนี้


SBR คืออะไร
ในอุตสาหกรรมหญ้าเทียม ยาง SBR หรือ Styrene-Butadiene-Rubber มีรูปทรงเป็นเม็ดขนาดเล็ก ได้จากการนำ ยางรถยนต์, รถบรรทุก, แทรกเตอร์ และรถอื่น ๆ มารีไซเคิล ไม่ได้มีเพียง ยาง SBR เท่านั้น ยางแต่ละยี่ห้อจะมีองค์ประกอบเฉพาะ และมีส่วนผสมของยางแตกต่างกันถึง 10 ชนิด นอกจากนั้นยังมียางธรรมชาติ, Isoprene rubber, Butadiene rubber, EPDM rubber, butyl rubber เป็นต้น บางครั้งผสมยางเสื่อมสภาพลงไปทำให้ได้ยางอีกชนิดหนึ่ง


EPDM คืออะไร
EPDM หรือ Ethyle-Propylene-Diene Rubber เป็น SBR ชนิดแรกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากทนต่อ UV และต่อต้าน Oxidation ซึ่งเหมาะกับกลางแจ้งมากที่สุด เพราะหากมีคุณสมบัติดังกล่าวย่อมจะรับประกันได้ว่าอายุการใช้งานของหญ้าจะมากกว่า 5 ปี คุณสมบัติของ EPDM Infill คือใช้วัสดุราคาถูกมาปนด้วย เช่น ชอล์ก เพื่อลดต้นทุน และทำให้ค่าความถ่วงจำเพาะเพิ่มซึ่งทำให้ราคาต่อน้ำหนักลดลง คือราคาของ 1 m 3 granules ไม่ได้ลดลงเพราะต้องเติมในปริมาณมากขึ้น ข้อเสียคือการเติม Infill ลงไปมาก ๆ จะทำให้คุณภาพลดลงไปมาก ทำให้หญ้าเสื่อมสภาพ และสึกหรอระหว่างการทดสอบ lisport วัสดุนี้ได้แก่ thermoset rubber ซึ่งเป็นสารประกอบจำพวกยางที่ถูกทำให้แข็งด้วยอุณหภูมิสูงจนมีความยืดหยุ่น (เหมือนกับการอบขนมปังในเตาอบ) ระหว่างกระบวนการทำให้แข็งนี้โมเลกุลของยางจะรวมกัน (แบบไขว้ไปมา) ขบวนการนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาได้


TPE คืออะไร
TPE หรือ Thermoplastic Elastomer เป็นวัสดุยืดหยุ่นมีลักษณะเป็นเส้นใยแบบ conventional thermoplastic (เช่น polypropylene, polyethylene) และมีคุณสมบัติเหมือน conventional thermoset rubber คุณสมบัติของ TPE จะเหมือนกับ conventional rubber พวกยางธรรมชาติ, SBR, หรือ EPDM
TPE ประกอบด้วย rubber phase และ plastic phase ความยืดหยุ่นจะอยู่ในช่วง rubber-phase และช่วง plastic phase TPE จะแข็งแรงและประสานกัน ข้อดีของ TPE คือกระบวนการไม่ซับซ้อนทำให้อนุภาคมีลักษณะกลมและมีขนาดพอเหมาะ นอกจากนี้ TPE สามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยการให้ความร้อนไปจนถึงจุดหลอมละลาย สำหรับ Perfect Fill อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส จะเหมาะกับ Perfect Fill ในการทำหญ้าเทียม

เปรียบเทียบคุณสมบัติของสารเติมทั่วไป
คะแนนสูงสุดในแต่ละหัวข้อคือ 10 คะแนน


ข้อดีของ Perfect Fill Granule
Perfect Fill เป็นที่แพร่หลายมากในงานปลูกหญ้าเทียมเกี่ยวกับคุณสมบัติ thermoplastic elastomer ที่พัฒนาขึ้นกับโพลีเมอร์ในปัจจุบันให้มีความปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้นักกีฬาในสนามมีความว่องไว, คล่องแคล่ว และเคลื่อนไหวได้เหมือนเล่นอยู่บนสนามหญ้าจริง วัตถุประสงค์หลักของ Perfect Fill คือช่วยให้สนามหญ้าเทียมมีลักษณะใกล้เคียงกับสนามหญ้าจริงมากที่สุด และได้มาตรฐาน stringent FIFA 1, FIFA 2 star ข้อดีของ Perfect Fill มีดังนี้
1. สีธรรมชาติ
สิปกติของ Perfect Fill คือ เขียว หรือน้ำตาล ซึ่งป้องกันผลเสียหลายอย่างที่เกิดกับ Perfect Fill แบบรีไซเคิลสีดำ อันดับแรกสสีดำไม่เหมาะสำหรับสนามหญ้า อย่างที่สองสีดำดูดซับแสงอาทิตย์ได้มากกว่าทำให้หญ้าเทียมร้อนเกินไป (60-65 องศาเซลเซียส, ขณะที่อุณหภูมิปกติ 28-30 องศาเซลเซียส), เมื่อผิวบนของสนามหญ้าร้อนย่อมทำให้สูญเสียน้ำมาก
2. ไม่เกิดฝุ่น
ยางที่ได้จากการรีไซเคิลจะเสียหายง่ายเมื่อได้รับแรงมาก ๆ หรือถ้ามีอนุภาคขนาดเล็กย่อมจะเสียหายเมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง ฝุ่นจากสนามย่อมเป็นอันตรายต่อนักกีฬาและสิ่งแวดล้อม แต่ Perfect Fill มีแรงต้านทานการสึกหรอทีดี จึงไม่เกิดฝุ่นง่าย
3. ทำให้นักกีฬารู้สึกสบาย
ความร้อนจากยางรีไซเคิลจะเพิ่มความล้าและทำให้ไม่สบายตัว และทำให้ประสิทธิภาพของนักกีฬาลดลง และทำให้สูญเสียน้ำ เพราะผิวพองหรือไหม้ได้ แต่ปัญหานี้แก้ได้ด้วย Perfect Fill ยางรีไซเคิลสีดำจะมีความยืดหยุ่น ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อของนักกีฬาล้า และอาจทำให้เกิดเหนื่อยเร็วกว่าปกติ Perfect Fill มีคุณสมบัติ thermoplasticity เหมือนพลาสติกและมีความยืดหยุ่นเหมือนยางซึ่งทำให้ Perfect Fill มีความยืดหยุ่นที่พอดี Perfect Fill ช่วยรักษาชั้นของ infill ให้มีช่องว่าง ดังนั้นจะรักษาประสิทธิภาพของสนามหญ้าไว้ได้ เมื่อนักกีฬาเหยียบด้วยรองเท้าสตั๊ด จะรู้สึกมั่นคง และทำให้นักกีฬารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ
4. ลดเวลาการติดตั้งและลดต้นทุน
Perfect Fill มีความหนาแน่น(1.1-1.5 กรัม / ลูกบาศก์เมตร) มากกว่ายางรีไซเคิลสีดำ(0.4-0.8 กรัม / ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งช่วยให้ยางไม่ถูกน้ำฝนพัดหายไป และไม่ต้องซ่อมบำรุงมากนัก Perfect Fill ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการสูญเสียหญ้าเทียมเพราะทำให้ผิวหน้ามีความเหนียวแน่นและคงรูปดีแม้ในสภาวะแห้งหรือเปียกน้ำ สนามหญ้าที่ใช้ Perfect Fill มีประสิทธิภาพดีโดยไม่ต้องใช้วัสดุรองรับแรงกระแทก เช่น วัสดุผสมของ lava/rubber หรือ e-layer ดังนั้นสนามหญ้าเทียมแบบนี้จึงไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาติดตั้งน้อย ประหยัดต้นทุน
5. ความสามารถด้านกีฬา
Perfect Fill ถูกออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการของนักกีฬาสมัครเล่น, กึ่งมืออาชีพ และ มืออาชีพ ช่วยให้ลูกบอลเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม, รับแรงกระแทกได้ดี และปลอดภัยขณะสไลด์ คุณสมบัติด้านรูปร่าง, ขนาดอนุภาค และความหนาแน่นจำเพาะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน อนุภาคที่กระจัดกระจายอยู่ช่วยให้เกิดแรงยึดที่เหมาะสม ไม่ลื่นไถลง่าย Perfect Fill infill ยังมีความสามารถในการป้องกันการสึกหรอ ต่อต้าน Oxidation, ทนทานต่อ UV และมีความยืดหยุ่น
6. การเข้ากันได้กับองค์ประกอบอื่น
Perfect Fill ประกอบด้วย polyolefin ซึ่งคล้ายกับวัตถุดิบในการทำสนามหญ้าเทียม
7. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Perfect Fill ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม Perfect Fill กำจัดสีดำจากคาร์บอนในยางรีไซเคิลสีดำซึ่งมีผลร้ายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ Perfect Fill ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย
8. ไม่มีผลกระทบใด ๆ
ลักษณะอนุภาคที่เป็นเหลี่ยมไม่แน่นอนเกิดจากการเสียดสีทำให้ชั้นของ infill เกิดช่องว่าง ระหว่างนั้นอนุภาคจะเคลื่อนที่เหมือนชิ้นจิ๊กซอว์ไปหาชั้นที่มีความแข็งกว่าซึ่งทำให้พื้นบริเวณนั้นแข็งจนปุ่มรองเท้าสตั๊ดไม่สามารถทะลุลงไปได้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับ Perfect Fill

http://www.perfect-turf.com/

Sub Base Soil Golf
การเตรียมการณ์ก่อนการติดตั้ง
1. กำหนดพื้นที่ และรูปทรงของ Putting green
2. สั่งซื้อ โดยเผื่อขนาด 10%
3. หน้ากว้างของ GPG 1 คือ 3.75 เมตร ควรกำหนดลักษณะของกรีน
ให้ไม่มีรอยต่อ เช่น ขนาด 7~12 x 3.35 เมตร หรือมีรอยต่อพอดี
แนวขวาง เช่น ขนาด 10 x 6~10 เมตร หรือ 13.5 x 5~12 เมตร
4. ถ้ามีรอยต่อให้เตรียม อลูมิเนียมแผ่นบาง และ เทปกาวยางมะตอย
หรือ กาวแห้งช้า Epoxy
5. สั่งซื้อ infill ได้แก่ Coal Slag โดยใช้วิธี คำนวน ดังนี้
ตรม . X 17.67 = ปริมาณ infill เป็นกิโลกรัม
6. เตรียม Cup ตามจำนวน หลุมที่ต้องการ
7. กำหนดรูปแบบของขอบ กั้นทราย หรือ Slop และจัดหาวัสดุ
8. จัดหาผู้รับเหมา


การทำพื้น สำหรับ Putting Green Turf
• ควรตั้ง ระดับความสูงของผิวกรีน ที่ต้องการ ก่อน แล้ว วัดระดับลึกลงไป
ประมาณ 40 ซม.
• กำจัดเศษวัสดุ และพืชต่างๆ ให้หมด
• ถมหินหยาบ 20 ซม. จากนั้นถมหินเกล็ด 10-15 ซม และ กดอัด
ปรับระดับให้เอียงลาด ประมาณ 1 ซม ต่อ 2 เมตร (0.5%)
• ถ้าเป็นที่ ที่มีปัญหาฝนตกชุก อาจต้องวาง ท่อเจาะรูเพื่อระบายน้ำ
• ถ้าเป็นสวนเก่า ให้ปู แผ่น PE บาง หรือแผ่นพลาสติก ถุงขยะ เพื่อป้องกัน
วัชพืช
• กั้นขอบบนพื้นหินหยาบ ใช้ คอนกรีต , อิฐก่อ , หินก่อ , หินทราย หรือ
แผ่นพลาสติกหนา (ตอกอัดลงไป ดัด ตามรูปทรงของกรีน) เผื่อความสูง
เหนือพื้น ประมาณ 5-10 ซม
• ถ้าไม่กั้นขอบอาจใช้วิธีปรับไล่มุมเอียง แล้วตกแต่งให้สวยงาม
• ถมทราย 5-10 ซม. ปรับระดับให้เสมอกัน เพื่อเตรียมทำ CONTOUR




Sub base Soil General
ก่อนขั้นตอนนี้ จะต้องวางแผนกำหนดพื้นที่ เลือกชนิดของหญ้าเทียมที่จะใช้ คำนวณปริมาณของ Infill

การเตรียมพื้น สำหรับปูหญ้าเทียมบนดินในกรณีทั่วไป
• ควรตั้ง ระดับความสูงของผิวสำเร็จ ที่ต้องการ ก่อน แล้ว วัดระดับลึกลงไป
ประมาณ 10 ซม. + 2/3 ความยาวของหญ้า , หญ้า GL ยาว 52 mm.
กำจัดเศษวัสดุ และพืชต่างๆ ให้หมด
• ปู Geotextile ( สามารถสั่งซื้อ จาก Greeny) ให้เต็มพื้นที่
• จากนั้นถมหินเกล็ด หนา 10-15 ซม และ กดอัด ปรับระดับให้เอียงลาด ประมาณ
1 ซม ต่อ 2 เมตร (0.5%)

http://www.greenygrass.com

ไม่มีความคิดเห็น: